NEVER [Sayaka x Sakiko] :: ตอนที่ 5

posted on 10 Jul 2011 12:19 by rii-2ndbear

5.

 

 

เปลวไฟกำลังลุกโชติช่วง เพลิงซึ่งส่องสว่างจนเปลี่ยนสีแห่งยามค่ำคืนให้เสมือนกลางวันกาลนี้ได้แผดเผาบ้านเรือนมอดไหม้ไปแล้วกว่าร้อยหลังคา ผู้คนหนีตายกันไปคนละทิศทาง บ้างก็ต้องจบชีวิตลงท่ามกลางกองเพลิงส่วนต้นสายปลายเหตุนั้นไม่มีใครรู้ ด้วยช่างเป็นเพลิงผลาญที่วินาศอย่างไร้เหตุผลยิ่งนัก มันลุกพรึ่บขึ้นพร้อมกันกลางเมืองโดยไม่บอกกล่าว  ความร้อนมหาศาลขนาดเผาไหม้ร่างกายมนุษย์ให้กลายเป็นเพียงธุลีเถ้าในแค่พริบตาเปลวของมันใหญ่โตมโหฬารเสียดฟ้า ราวดวงอาทิตย์ดวงย่อมๆในราตรีอันโกลาหล ...และมันอยู่ที่นั่นเอง 

 

ซายากะเยื้องย่างก้าวเดินฝ่าฝูงชนที่ดิ้นรนเอาชีวิตรอดมาหยุดอยู่ที่หน้าอาคารหลังห้าชั้นหนึ่งที่ซึ่งมีไฟนั้นโหมรุนแรงยิ่งกว่าที่ใดๆในเมืองเมืองนี้ มันอยู่ในนั้น...

 

เธอมั่นใจ ก่อนเปลวไฟสายหนึ่งพุ่งจะกระแทกออกมาตามหาอากาศภายนอกทันทีที่เธอเปิดประตู ทว่านั่นไม่ใช่ปัญหายิ่งใหญ่ ซายากะยังคงเดินฝ่าเข้าไปข้างในด้วยความเยือกเย็น มือกุมดาบโลหิตมั่น เจ้าเองก็เป็นไฟซึ่งร้อนแรงยิ่งกว่าไฟไหนๆบน

 

 โลกโสมมใบนี้ ดาบสุดรักของข้าเอ๋ย วันนี้ข้าจะย่นระยะห่างระหว่างเราให้หดสั้นลงอีกหนึ่งก้าวให้ได้ ขาเรียวยาวก้าวขึ้นบันได จิตเพ่งหาจนพบแล้วว่ามันอยู่ที่ชั้นสาม ซายากะสงบอารมณ์ลง เพราะอานุภาพของปีศาจหนนี้ร้ายกาจยิ่งกว่าที่ผ่านๆมา หลายเท่านัก เธอต้องมีสมาธิ ดังนั้นซากิโกะจึงไม่ได้มาด้วยในวันนี้ ในตัวตึกช่างร้อนเหลือ รอบข้างมีแต่เศษซากของเครื่องเรือนเครื่องใช้ที่ดำไหม้ และศพอันน่าอนาถของคนที่ไม่สามารถหลบหนีออกไปได้ทัน ทว่านั่นก็ไม่ได้ทำให้จิตใจเกิดการสั่นไหวสะเทือน 

 

 ข้าชินตาเสียแล้วกับความตายทั้งหลายทั้งปวง...

 

 

ในที่สุดก็มาถึงชั้นสาม ซายากะค่อยๆขยับตัวเข้าไปช้าๆ หากการต่อสู้ครั้งนี้หาใช่จะเริ่มต้นช้าตามไปด้วยไม่ เพียงแค่เธอเป่าลมหายใจก็ถูกจู่โจมด้วยพลังเพลิงกาฬเข้าแล้ว ซายากะเอี้ยวตัวหลบไปได้หวุดหวิด แต่ยังมีสายที่สองและสามตามมา ร่างสูงรีบพุ่งทะยานเข้าไปในห้องเล็กข้างหน้า เป็นผลให้ไฟอีกสองสายหลังพุ่งชนกันเอง เธอตั้งหลักใหม่ ยกดาบขึ้นเตรียมพร้อมสายตาสอดส่องไปทั่วห้องว่าจะมีการโจมตีรูปแบบใดมาอีก ดาบโลหิตป้องกันไฟได้จริง ทว่าหากมีมากเกินไปก็ใช่ว่าจะต้านรับเอาไว้ได้ทั้งหมด  ความร้อนสูงเร่งเหงื่อบนใบหน้าให้หยดไหล จากหน้าผาก.. ไปยังร่องแก้ม.. ลงถึงปลายคาง...และ..

 

 พลันที่เม็ดเหงื่อไหลตกกระทบพื้นห้อง เปลวไฟขนาดเท่าคนครึ่งคนก็พุ่งเข้าใส่ ซายากะฟาดดาบสลายมันทิ้งไปได้ไม่ยากนัก ต่อไปมาจากข้างบน เธอกระโดดหนีจากด้านข้างหญิงสาวก็เบี่ยงกายหลุดพ้น จากด้านหลัง จากบนพื้นไม่จบสิ้น ดาบกวักกวาดป้องกันตัว ขาก็ไม่ได้หยุดขยับ และหลังจากเสียบดาบทำลายไฟสายสุดท้ายลงไป ในทันใดนั้นเพลิงที่ลุกติดอยู่ทั้งบนผนังเพดานหรือเสาปูนก็พุ่งเข้าหาซายากะพร้อมกัน ล้อมรอบร่างสูงผู้ซึ่งใกล้หมดเรี่ยวแรงไว้ทุกทิศ

 

บน ล่าง ซ้าย ขวา หน้า หลัง จะหลบไปทางใด ไม่มีช่องวางให้เร้นรอดไปได้อีกแล้ว..

.

.

.

 

 

ซากิโกะสะดุ้งตื่นจากฝันร้าย รอบกายมีแต่ความมืดปกคลุมในห้องนอนเท่านั้น เธอหายใจแรงและเร็วอย่างตื่นตระหนก ภาพฝันที่ซายากะถูกดาบนับร้อยทิ่มแทงหลอกหลานสายตา ร่างบางลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่าง จากตรงนี้ยังพอมองเห็นจุดที่ไฟไหม้ใหญ่ในเมืองได้ เขาจะเป็นอะไรไหม? พระเจ้าโปรดคุ้มครองซายากะด้วย

 

 

ในขณะเดียวกันซายากะทรุดตัวลงด้วยความเจ็บปวด พลังเพลิงได้ทำร้ายเธอจนเนื้อหนังบางส่วนเกรียมไหม้ เธอคุกเข่าพยุงตัวไม่ยอมล้ม กระนั้นเรี่ยวแรงก็หมดสิ้นไปเสียแล้ว แม้แต่จะเงื้อดาบขึ้นสู้อีกครั้งก็ไม่อาจทำได้ด้วยก่อนหน้านี้เธอได้เหวี่ยงดาบคู่มือออกไปเสียบทะลุร่างของปีศาจเจ้าของเพลิงพินาศซึ่งซ่อนตัวอยู่ตรงมุมห้องได้อย่างแม่นยำในชั่ววินาทีก่อนที่เปลวไฟทุกๆสายนั้นจะพุ่งเข้าทำร้ายได้ทัน 

 

ฉะนั้นบาดแผลเท่านี้จึงนับว่าโชคดียิ่งนัก ซายากะค้ำร่างขึ้นด้วยแรงเฮือกสุดท้าย ย่างบริบทเข้าไปหาปีศาจสีดำที่มีรูปร่างเหมือนกระทิงยักษ์ มันกำลังดิ้นรนเพื่อให้หลุดจากดาบโลหิต เสียงคำรามลั่นอย่างเจ็บปวดรุนแรง

 

"เจ้า.. ตายไปซะ"

 

 ยื่นมือกุมด้ามดาบและกระชากออกสุดแรง พิษบาดแผลปลิดชีพของเจ้ากระทิงในบัดนั้น ปรากฏดวงวิญญาณดวงหนึ่งถูกลากออกมาพร้อมดาบด้วยกัน ซายากะคว้าจับเอาไว้ ยัดลงถุงหนังได้เป็นผลสำเร็จ

 

 

"อีกดวงเดียวเท่านั้น"

 

 

 

####

 

 

 

"ดูสิ สะบักสะบอมกลับมาอีกแล้ว"

 

 ซากิโกะบ่นงึมงำพลางบิดผ้าชุบน้ำให้หมาดเพื่อเช็ดคราบสกปรกบนหลังซายากะ รอยไหม้อันเกิดจากการถูกไฟเผาก็ทายาเอาไว้เสียเกือบทั่ว ร่างบางหัวเสียที่เขาบาดเจ็บหนักเช่นนี้ แม้จะไม่เกิดขึ้นบ่อยด้วยความสามารถของเขานั้นไม่ธรรมดา หากแต่ละครั้งที่เพลี่ยงพล้ำ ซายากะก็เจ็บหนักแทบสาหัสร่ำไป

 

 "ซายากะเลิกออกไปทำอะไรแบบนี้สักทีไม่ได้หรือ? รู้ไหมว่าฉันเป็นห่วงขนาดไหนน่ะ.." 

 

พูดไปก็แกล้งทำเป็นออกแรงกับน้ำหนักมือบนหลังให้กระเทือนบาดแผลของซายากะเล่นๆ เขาร้องว่าเจ็บ แต่เธอก็ตำหนิสวนไป

 

 "ตอนไปเสี่ยงตายไม่รู้จักเจ็บ มาเจ็บอะไรกับแผลแค่นี้กัน?"

 

 "ใครบอกว่าข้าไม่เจ็บ ฉันเจ็บนะ"

 

 "โกหก เจ็บแล้วไปทำไม?"

 

"มันเป็นสิ่งที่ต้องทำ" ซายากะตอบ หรุบประกายตาซึ่งอัดแน่นไปด้วยความลับซึ่งไม่เคยบอกกล่าว

 

"ไม่ต้องมาทำหลบตา ฉันไม่อยากถามเธอนักหรอก เฉพาะเรื่องนี้ที่ถามกี่ทีๆเธอก็ไม่เคยบอก" 

 

 ซากิโกะเมินหน้าหนี หลังจากเอาผ้าขนหนูเช็ดตัวซายากะจนเสร็จก็ลุกขึ้นจากไป เธอเดินเข้าไปในครัว เทน้ำจากกะละมังใส่อ่างล้างจานเพื่อซักผ้าขนหนู หงุดหงิดเล็กน้อย ทว่านั่นก็เพราะเกิดอารมณ์แสนงอนต่อหญิงสาวปากหนักคนนั้นขึ้นมาต่างหาก

 

 

"โกรธ?" เขาถามข้ามประตูกั้นเข้ามา

 

 "ฉันจะไปโกรธอะไรเธอได้? ชีวิตของเธอนี่ ไม่เห็นจะเกี่ยวกับฉันสักหน่อย"

 

 

ว่าแล้วเอวบางของซากิโกะก็ถูกโอบกอดอย่างไม่ให้สุ้มให้เสียง สาวน้อยตกใจจนเกือบทำกะละมังพลิกคว่ำ พยายามหันหลังกลับไปแต่เขารัดแน่นเสียจนไม่อาจขยับตัวได้

 

 

"นี่จะทำอะไรน่ะ? ปล่อยนะ!"

 

 "ขอโทษที่ทำให้โกรธ" เสียงนุ่มกล่าว ซบหน้าลงกับต้นคอขาว

 

 "บอกว่าไม่ได้โกรธไง ปล่อยเดี๋ยวนี้!!"

 

 "ข้าไม่เคยกลัวความเจ็บปวด.. แต่ไม่ได้หมายความว่าข้าจะเจ็บปวดไม่เป็น"

 

 ซายากะคลายอ้อมกอดเล็กน้อย แต่ยังไม่ปล่อยง่ายๆ หากที่ทำก็เพื่อให้ซากิโกะได้รับรู้ถึงสัมผัสอุ่นๆจากลมหายใจที่เขาเริ่มซุกไซร้ไปบนลำคอ

 

"แต่ข้าชอบแสดงความเจ็บปวดต่อหน้าเจ้า เพราะมันทำให้สำนึกได้ว่าข้าสำคัญต่อเจ้า รู้ไหม?" 

 

 ริมฝีปากเอ่ยคำหวานพร้อมจุมพิตที่แก้ม ทำเอาหญิงสาวอ่อนระทวย แรงที่จะต่อว่าก็หายถูกกลืนกลับลงไปหมดสิ้น ที่จะงอนก็เลิกรา เพราะว่าการง้อเช่นนี้ช่างชวนให้เตลิดล่องลอยยิ่งนัก

 

 "ซายากะ.. เดี๋ยว..."

 

 "เดี๋ยวอะไร? ข้าจะแสดงให้เจ้าเห็นอย่างไรล่ะว่าความเจ็บปวดทางกายของข้า มันเทียบไม่ได้เลยกับความเจ็บปวดในใจเวลาที่เจ้าโกรธเคือง"

 

สิ้นสุดประโยคก็ไร้ถ้อยคำใดๆบอกกล่าวกันออกมาอีก เหลือไว้แต่ร่องรอยของบาดแผลบนร่างซายากะ 

 

 และร่องรอยแห่งรักใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นต่อไปบนกายของอีกคน

 

 

FIN